ย่องเที่ยว–เลี้ยวเขาค้อ

ทริปนี้ ความตั้งใจแรก เรากะจะไปกันเป็นสิบคน แต่ ไปไงมาไงไม่รู้ เหลือเพียงสี่คน <แอน ทราย ฝน บอล>
ม่ะ ไปก็ไป  ลองดูสิ ต้านกระแส พายุ โคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก ของ พยากรณ์อากาศ กรมอุตุฯ

ขอนแก่น-เขาค้อ
12-13 กันยายน 53

12 Sep 10

7.00 am ** พร้อมกันที่ หอพัก พยบ
** ออกจาก หอพัก ด้วย รถประจำทาง สีฟ้า สาย 8
** ถึง บขส  ซื้อตั๋วรถ ขก-หล่มสัก ราคา 127 บาท (ก.ย. 53)

8.20 am ** รถออกจาก บขส ขก
รถที่เราไป จอด ตามที่ต่างๆค่อนข้างนาน ทำให้ เสียเวลาในการเดินทางมาก ดังนั้นเราจึงมีความรู้ใหม่ในการเดินว่า ถ้าจะ                                           ไป เที่ยว แถบ เพชรบูรณ์ โดยที่เรามาจาก อีสาน ให้เรานั่ง รถ สายเหนือมาเลย เช่น ขก-เชียงใหม่,ขก-เชียงราย,สาย                                                  พิษณุโลก  ฯ เพราะจะทำให้เราประหยัดเวลามากขึ้น

1.30 pm ** เรา ลงที่ บขส หล่มสัก เพื่อจะต่อรถ ไปลง แคมป์สน ซึ่ง ห่างจากหล่มสัก ประมาณ 40 km   เรานั่งรอรถที่ ศาลาข้างทางหลัง
หลังคาเขียว รอรถสองแถวสีแดง รอแล้ว รออีก รอนานสองนาน ไม่มีผ่านมา จนประมาณ บ่ายสองครึ่ง มีรถ สายเหนือผ่าน                                         มา เราจึงนั่งไป ขอลงที่แคมป์สน ในราคาคนละ 40 บาท  ซึ่งหากเราเลือกนั่ง สายเหนือมาตั้งแต่ ขก จะทำให้สะดวกและ                                           เร็วมากกว่านี้  ครั้งนี้พลาดไปแล้วว(ครั้งหน้าจะขอแก้ตัวใหม่  : )

3.00 pm ** เราก็มาถึง แคมป์สนแล้วว  หาที่กินข้าวกัน หิวมากก เพราะกินหมูปิ้งตัั้งแต่เช้า จนกระทั่งบ่ายสามนี้แหละ  ซึ่งเราลงรถที่ฝั่ง                                        การทาง ต.แคมป์สน ข้ามถนนไปจะมีร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านธรรมดา ข้างทาง แต่ได้ขายตลอดเพราะ สังเกตดู ไม่ค่อย                                        มีร้านแบบนี้นัก  อิ่มท้องด้วยกระเพราะหมู ไข่ดาวกันแล้ว  ก็ มีรถ รอรับเราไปหาที่พัก กันบนเขาค้อ เป็นรถสองแถว สีฟ้า ว่า                                       กันง่ายๆคือ ค่อนข้าวสะดวก เพราะไม่มีคนอื่นมาแย่งรถกับเรา ช่วงนี้ยังเ้ป็นโลวซีซั่นอยู่ค่ะ

ฟ้าเพียงดิน รีสอร์ท  บรรยากาศดีมาก แต่ ห่างไกลความเจริญ เราจึงหาที่พักอื่นไปเรื่อยๆ

ลุงคนขับพาขับต่อไปเรื่อยเพื่อหาที่พัก จนกระทั่งมาถึงที่ หอสมุดนานาชาติ เขาค้อ ตอนแรกเราฟังชื่อก็แปลกๆ เอ๊ะ จะมีไรน่าดู คงเป็นที่เก็บรวบรวมหนังสือมากมาย แล้วก็ต้องหาที่พักต่อไปเรื่อยๆแน่เลย  แต่!! พอเรา ไปถึง  ไม่ใช่แบบที่เราคิดไว้เลยนะ  ที่นี้ มีทั้งสวนดอกไม่นานาชนิด  มีที่พัก บริการ บ้านเป็นหลัง มี 6 หลัง หลังใหญ่ 1 หลัง พักได้ 10 คน ประมาณ 200o บาท  และหลังเล็ก อีก 5 หลัง พักได้หลังละ 2 คน 600 บาท แต่ ถ้าจะเพิ่มจำนวนคน ก็เพิ่มราคาขึ้นมา ซึ่งเราไปกัน สี่คน คุณป้าเจ้าของรีสอร์ท คิดให้ในราคา 800 บาท  อีกทั้ง เครื่องอำนวยความสะดวก ครบครันเลยนะ  อยู่ใกล้ตลาด มีที่ให้ถ่ายรูป  สถานที่จอดรถสะดวก บังเอิญช่วงที่เราไป ไม่มี นักท่องเที่ยวอื่น เลยสะดวกและรู้สึกเป็นส่วนตัวมาก  ซึ่งหากไปช่วงไฮท์ซีซั่น ถ้าบ้านพักเต็ม ยังมีลานให้กางเต้นท์อีกด้วย  ที่นี้แนะนำให้มาจริงๆ “หอสมุดนานาชาติ”

บรรยากาศภายในที่พัก

บรรยากาศโดยรอบ ซึ่งมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย

หลังจากเรา เก็บของ เข้าที่พักแล้ว เริ่มนึกถึงมื้อเย็น ว่าจะกินอะไร พอรู้ว่ามีตลาดอยู่ใกล้ๆ เราออกไปหาซื้อของกัน  ซึ่ง ของส่วนใหญ่ ก็มีแบบที่วางขายตามตลาดทั่วไป ที่สำคัญ ของป่าที่ เราไม่พิศมัยกันก็คือ เนื้อตะกวด  กิโลละ 150 บาทเชียว   เราเลือกซื้อของกันไม่มาก ส่วนใหญ่ไว้กินเล่น พอถึงทางออก  เลยเจอ ดอกขิง คนขายบอก เอาไปผัดใส่หมู อร่อยนะ  มีปีละครั้ง ถุงละ 5 บาท  เราเลยซื้อมา 20 บาท เก็บไว้ทำเมนูพิเศษ เย็นนี้

ดอกขิงผัดน้ำมันหอย

หลังจาก เสร็จสิ้นมื้อเย็นก้เข้านอน กันตามระเบียบ อากาศดีดี แบบนี้ คงไม่ต้องพึ่งแอร์ แค่แอร์ธรรมชาติก็ทำให้เราหลังสบายทั้งคืน และตั้งนาฬิกามาดูหมอกตอนเช้า จิบกาแฟ ร้อนคนละถ้วย สวรรค์เลยล่ะ

13 -Sep-10


เกี่ยวกับ like2write

like2write
ข้อความนี้ถูกเขียนใน AannGo คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s